24 สิงหาคม 2552

ข่าวคดีความดงบังชินกิ




คิมจุนซู คิมแจจุง พัคยูชอน แห่ง ดงบังชินกิ (TVXQ) แถลงข่าว กรณีคดีความต่อต้นสังกัด SM Entertainment



1. หลังจากเดบิวได้ 5 ปี สมาชิกทั้ง 3 คน ได้เหนื่อยล้าทั้งด้านร่างกายและจิตใจ จากการควบคุมในกระบวนการแต่างๆจากทางต้นสังกัดแต่เพียงฝ่ายเดียว
คิมจุนซู คิมแจจุง พัคยูชอน เป็นสมาชิก ดงบังชินกิ ตั้งแต่ต้นปี 2547 มาจนถึงตอนนี้ ภายใต้คำสั่งของ SM ให้เดินทางระหว่าง เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ในระยะเวลา 1 ปี จากตารางงานที่หนาแน่น นอกจากเวลาเพียง 1 สัปดาห์แล้ว พวกเราได้มีเวลานอนเพียง 3 – 4 ชั่วโมง ต่อวันเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้สมาชิกทั้งสามคนมีสุขภาพที่แย่ลงมาก รวมถึงทางด้านจิตใจก็มีความเหนื่อยล้า เช่นเดียวกัน ทางด้าน SM ในขณะที่พยายามให้ ดงบังชินกิ ทำกิจกรรมในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ความสำเร็จในกิจกรรมเหล่านั้น ก็จะลดน้อยลง สุดท้ายแล้วสมาชิก ดงบังชินกิ ทั้ง 3 รู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้กำลังเดินตามความฝัน ภายใต้ SM แต่พวกเขากำลังกลายเป็นเครื่องมือ เพื่อใช้หาเงินให้กับบริษัท พวกเขาเพียงแค่หวังว่า จะสามารถทำกิจกรรมในวิสัยทัศน์ของตัวเองเท่านั้น



2. สำหรับสัญญาระยะเวลา 13 ปี นั่นหมายถึงสัญญาทาสตลอดชีวิต
อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงสัญญาแต่เพียงผู้เดียวที่มีระยะเวลา 13 ปี แต่เมื่อรวมระยะเวลาในการที่ต้องไปเป็นทหารจะทำให้เวลารวมนั้นกลายเป็น 15 ปี ในทันที และจนถึงเวลานี้ก็ยังเหลือเวลาอีกกว่า 10 ปี นั่นจะกลายเป็นความจริงที่ว่า พวกเขาจะไม่สามารถลาออกได้จนกว่าจะถึงเวลานั้น ถ้าพวกเขาต้องการจะถอนสัญญา พวกเขาจะต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวน 3 เท่า จากเงินลงทุน และ 2 เท่า จากรายได้ที่พวกเขาทำได้ และจากจำนวนเงินนี้เอง อาจจะสูงกว่า 1,000 ล้านวอน และด้วยเหตุนี้ ทำให้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากอยู่ภายใต้สัญญาของ SM



3. สมาชิกไม่ได้รับการดูแลที่ดีจาก SM เท่าที่ควร จากการทำงานอย่างหนัก
ถึงแม้ว่าตลอดระยะเวลาการอยู่ภายใต้สัญญาของ SM พวก เขาก็ยังคงไม่ได้รับการดูแลที่ดีอีกด้วยเช่นกัน พวกเขาไม่ได้รับเงินจากการทำสัญญา และเมื่อดูถึงส่วนแบ่งรายได้จากผลงานในอัลบั้มเดิมเท่านั้น ในสัญญาบอกเอาไว้ว่าถ้าพวกเขาสามารถขายอัลบั้มได้ 500,000 ชุด พวกเขาจะได้รับส่วนแบ่ง เมื่อจำหน่ายอัลบั้มถัดไปจำนวน 10 ล้านวอนต่อ 1 คนเพียงแค่นั้น แต่ถ้าจำหน่ายอัลบั้มได้ต่ำกว่า 500,000 ชุด พวกเขาจะไม่ได้รับส่วนแบ่งใดๆ แต่ข้อสัญญานี้ได้ถูกปรับไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552 แต่ถึงกระนั้น สมาชิก ดงบังชินกิ แต่ละคนก็ยังจะได้ส่วนแบ่ง จากอัลบั้มเพียง 0.4% – 1% เท่านั้น



4. จากความไม่เป็นธรรมในสัญญาสมาชิกได้พยายามมีข้อเรียกร้องอยู่หลายครั้ง แต่ทางด้าน SM ไม่ยอมเจรจา และ รับฟังต่อคำร้องขอแต่อย่างใด
ในสถานการณ์นี้สมาชิก ดงบังชินกิ เคยเรียกร้องหลายครั้งให้มีการยุติสัญญาลง เพื่อพวกเขาเองจะได้ทำกิจกรรมภายใต้วิสัยทัศน์ของตนเองอยู่หลายครั้ง แต่ทางด้าน SM เอง พยายามเบี่ยงเบนประเด็นไปเข้าเรื่องของบริษัทเครื่องสำอางค์ของทั้ง 3 คน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหานี้แต่อย่างใด ดังนั้น สมาชิก ดงบังชินกิ ทั้ง 3 จึงมีความเชื่อว่า ถ้าอย่างน้อยพวกเขาเปิดโต๊ะเจรจากันทั้ง 2 ฝ่าย ก็น่าจะบรรลุความประนีประนอมต่อทั้งคู่ได้จนถึงกับเสนอสถานที่เพื่อการเจรจา นี้ โดยเฉพาะอีกด้วย แต่ SM ไม่เพียงไม่สนใจในเรื่องนี้แล้วเท่านั้น จากการวางทีท่าในอดีตที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขา จะทำให้เกิดการพูดคุยระหว่าง SM และ นี่เองเป็นสาเหตุที่พวกเขาทั้ง 3 คนตัดได้สินใจเข้าสู่กระบวนการคดีความ



5. การลงทุนในบริษัทเครื่องสำอางค์เป็นสิ่งที่พวกเขาทำนอกเหนือจากกิจกรรมใน ฐานะคนบันเทิง ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความในครั้งนี้ จุดสำคัญของการฟ้องร้องในครั้งนี้คือความไม่เป็นธรรมในสัญญาแต่เพียงผู้ เดียว
ในขณะที่ SM ได้เปิดแถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าสมาชิกทั้ง 3 คนยื่นเรื่องฟ้องศาลจากกรณีปัญหาบริษัทเครื่องสำอางค์ของพวกเขา อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องการลงทุนในบริษัทเครื่องสำอางค์นั้นไม่มีส่วน เกี่ยวข้องต่อการฟ้องร้องในครั้งนี้แต่อย่างใด โดยทางด้าน SM ได้ พูดถึงบริษัทเครื่องสำอางค์ในประเทศจีนที่สมาชิกทั้ง 3 คนได้ลงทุน แต่สำหรับเรื่องนี้ถือเป็นการลงทุนด้วยเงินทุนส่วนตัว ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับกิจกรรมในฐานะคนบันเทิง และด้วยเหตุนี้เองถ้าคิดแบบพื้นๆ เลยคงไม่มีใครบอกได้ว่า ดงบังชินกิ ควรจะสูญเสียทุกอย่างหลังจากที่เขาต้องผ่านการทำงานกันอย่างหนัก เพียงแค่ใช้เงินส่วนตัวลงทุนประมาณ 100 ล้านวอนในธุรกิจเครื่องสำอางค์ในประเทศจีนใช่ไหมครับ ประเด็นปัญหาจริงๆ แล้ว สมาชิกได้เห็นความไม่ยุติธรรมในสัญญาแต่เพียงผู้เดียวของพวกเขา ทาง SM ต้องเลิกเบี่ยงเบนประเด็นไปยังเรื่องราวของบริษัทเครื่องสำอางค์ เพราะมันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องนี้



6. บรรดาสมาชิก ดงบังชินกิ ไม่เคยแม้แต่ต้องการที่จะแยกวง สิ่งที่ต้องการมีเพียงการปลดแอกตัวเองจากสัญญาเหล่านี้
พวกเขาทราบดีกว่าหลังจากมีข่าวคดีความนี้ทำให้แฟนๆ หลายคนวิตกกังวลเกี่ยว กับการแยกวง อย่างไรก็ตามคดีความนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการแยกวงแต่อย่างใด แม้ว่าในขณะนี้จะมีเพียงสมาชิก 3 คน ของ ดงบังชินกิ ที่ดำเนินคดีความเนื่องจากความคิดเห็นที่แตกต่างในกระบวนการกันไปบ้าง แต่ท่ามกลางสมาชิก ดงบังชินกิ เอง กันแล้วไม่ได้มีปัญหากันแต่อย่างใด สิ่งที่อยู่ในใจพวกเขาคือการรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับแฟนๆ และรวมกันเป็นหนึ่งเดียวตลอดไป สำหรับในครั้งนี้ถ้าพวกเขา สามารถแก้ไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรมนี้ได้ พวกเขา ดงบังชินกิ ก็จะสามารถกำหนดเส้นทางในฐานะนักร้องตามที่ต้องการได้เช่นกัน สมาชิก ดงบังชินกิ ทุก คน เชื่อว่าเมื่อพวกเขาผ่านเหตุนี้เหล่านี้ไปได้ พวกเขาจะสามารถรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และยืนต่อหน้าแฟนเพลงทุกๆ คนบนเวทีได้อย่างกล้าหาญ



7. นี่คือโอกาสที่จะทำให้พวกเขา เติบโตขึ้น
ท่ามกลางความห่วงใย ดงบังชินกิ จากแฟนๆทุกคน สมาชิก ดงบังชินกิ ทั้ง 3 คน รู้สึกเสียใจที่ทำให้แฟนๆต้องตกใจจากคดีความที่เกิดขึ้น แต่พวกเขาคิดว่าเรื่องราวครั้งนี้มันจะสามารถทำให้พวกเขาเดินทางสู่ความฝัน อันยิ่งใหญ่ และถ้าได้รับการสนับสนุนจากแฟนๆ พวกเขาให้สัญญาว่า จะตอบแทนด้วยการกลับมาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่เติบโตขึ้นมากกว่าเดิม









หลังจากที่ ดงบังชินกิ TVXQ พัคยูชอน คิมจุนซู และ คิมแจจุง แถลงข่าวอย่างเป็นทางการกรณีสัญญาไม่เป็นธรรมจากต้นสังกัด เมื่อ 3 สิงหาคม 2552 เวลา 11.00 น. ล่าสุด ช่วงเย็น SM Entertainment ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการในเบื้องต้น
ในวันนี้ SM ส่งเอกสารมายังสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงในประเด็นต่างๆ



1. สัญญาไม่เป็นธรรม ถ้าขายอัลบั้มได้น้อยกว่า 5 แสนชุดจะไม่ได้ส่วนแบ่ง ตลอดการเดบิวจนถึงเดือนกรกฏาคม 2552 ดงบังชินกิ ได้ส่วนแบ่งทั้งหมด 1.1 หมื่นล้านวอน (ส่วนแบ่งรายได้ 9.2 พันล้านวอน + เงินล่วงหน้า 1.77 พันล้าน) ซึ่งรวมถึงรถยนต์ต่างชาติสุดหรูที่เราได้มอบให้พวกเขา (เป็นโบนัสที่อยู่นอก เหนือในเอกสารสัญญา) แม้ว่าตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา หลังจาก ดงบังชินกิ เดบิว การเงินของบริษัทจะไม่สู้ดีมากนัก ซึ่งนี่ยังไม่ได้นับรวมรายได้ปลีกย่อย เช่น การเป็นตัวแทนของแบรนด์, ถ่ายโฆษณา, งานอีเวนท์ต่างๆ รวมถึง งานถ่ายอัลบั้มภาพ ที่พวกเขาจะสามารถทำเงินจากตรงจุดนี้เพิ่มได้อีก



2. สัญญาไม่เป็นธรรม มีเวลานอนเพียง 3 – 4 ชั่วโมงต่อวันจนทำให้สุขภาพแย่ เรื่องสุขภาพของพวกเขารวมถึงเรื่องตารางการทำงาน เราได้เคยพูดคุยกับเขาแล้วและผลตอบรับที่ได้คือ มันพอเพียง



3. เรื่องเกี่ยวกับบริษัทเครื่องสำอาง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีความในครั้งนี้ ถ้ามองความจริงของคดีนี้ให้ดีๆ เรื่องนี้กลับเป็นประเด็นเหตุผลหลักเลยทีเดียวผู้ที่ได้เข้าร่วมในธุรกิจ เครื่องสำอางจริงๆ แล้วก็มีแค่สมาชิก 3 คนเท่านั้น ซึ่งมันเห็นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว จากความเข้าใจในความจริงที่ว่าพวกเขาได้ใช้รูปภาพรวมถึงได้เข้าร่วมกิจกรรม ต่างๆ นั้น เพื่อการปกป้องภาพลักษณ์ของดงบังชินกิและความเสียหายต่อตัวสมาชิกทำให้เรา ต้องรีบดำเนินการอย่างเร็วที่สุด



4. สัญญา 13 ปี สัญญาทาส ถ้าอ้างอิงจาก FTC (Fair Trade Commission คณะกรรมการการค้ายุติธรรม) ไม่มีบทบัญญัติไหนได้กล่าวไว้ ว่าห้ามทำสัญญาเกิน 7 ปีกับนักร้อง รวมถึงก็ไม่มีบทบัญญัติไหนที่จำกัดว่า ในระหว่างระยะเวลาสัญญา ห้ามนักร้องทำกิจกรรมในต่างประเทศ เราได้เคยปรับแก้รายละเอียดสัญญามาแล้ว ทั้งหมด 5 ครั้งหลังจากการเซ็นสัญญาครั้งแรก
ท่ามกลางการแก้ไขจำนวน 2 ครั้ง พูดถึงการชดเชยค่าความเสียหาย ซึ่งการแก้ในครั้งนั้นเราได้รับการตรวจพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการการค้า ยุติธรรมอย่างถูกต้อง ที่เหลือ 3 ครั้งเป็นการแก้ไขในเรื่องของส่วนแบ่งรายได้และการต่อสัญญาใหม่ การ แก้ครั้งนี้ทำไปเมื่อเดือนมกราคม 2547 ตอนที่พวกเขาเดบิว และการแก้อีก 2 ครั้งได้ทำไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 และ กุมภาพันธ์ 2552



5. เรียกร้องให้แก้ไขสัญญา จากสัญญาที่ไม่เป็นธรรมได้มีการเรียกร้องให้แก้ไขแต่เราไม่ตอบรับ เราได้รับการพิสูจน์จากใบแจ้งความแล้วว่าเอกสารข้อเรียกร้อง เพื่อให้สัญญานี้เป็นโมฆะถูกส่งผ่านไปยังสำนักกฏหมายเป็นครั้งแรกในเดือน มิถุนายน 2552



6. การจัดการในคดีความ เราจะเจรจากับทางสำนักกฏหมาย รวมถึงสมาชิกทั้ง 3 คนเพื่อหาข้อยุติให้เร็วที่สุด









คำทำนาย ทายนิสัย จากรสอาหารที่ชอบ



คำทำนาย ทายนิสัย จากรสอาหารที่ชอบ


คนที่ชอบอาหารรสหวาน จะเป็นคนใจบุญ ขี้สงสารคน อารมณ์ดีร่าเริงสดใส ส่วนทางด้านความรักจะเป็นคนที่รักง่ายหน่ายเร็ว แต่ถ้ารักใครก็รักจริง ข้อเสียคือ ขี้หึงเต็มร้อย มักจะเป็นคนที่มีจิตใจโลเลเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเองเท่าไหร่นัก

ชอบอาหารรสเค็ม ส่วนใหญ่มักจะมีนิสัยเหมือนรส คือขี้งก มักได้ ชอบอะไรที่ไม่ต้องลงทุนแต่หวัง ว่าจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมามาก เป็นคน ที่ขยันทำงาน เก็บเงินเก่ง เป็นคนที่รักความสงบและไม่ชอบคบค้าสมาคมกับใคร ๆ นัก

ชอบอาหารรสเปรี้ยว เป็นพวกสังคมจัด ชอบออกงาน ชอบคบค้าสมาคมกับคนทุกระดับ จะเป็นคนที่ช่างพูดช่างเจรจา ชอบทำตัวเด่น หาเงินคล่องแต่ ก็ใช้เงินเก่ง ส่วนข้อเสียคือ ชอบทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกันเลยทำอะไรไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จนัก

ชอบอาหารรสเผ็ด เป็นคนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว รุนแรง ตัดสินใจเด็ดขาด โกรธง่ายแต่หายเร็ว ปากร้ายแต่ก็ใจดี เป็นคนฉลาดทันคน พูดจาตรงไปตรง มาคิดอย่างไรว่าอย่างนั้น จะไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ ถ้าสิ่งที่ทำถูกต้องแล้ว เป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาสั่ง

ชอบอาหารรสจืด เป็น พวกเศรษฐกิจพอเพียง พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี มีแค่ไหนใช้แค่นั้น แต่บางครั้งก็มากเกินไปจนกลายเป็นคนไม่ค่อยขวนขวายกระตือรือร้น ข้อเสีย คือเป็น พวกคน ขี้ใจน้อย ขี้สงสาร ใจอ่อน มักจะชอบยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน เลยโดนคนอื่นหลอกอยู่บ่อยๆ




20 เรื่องเหลือเชื่อทางวิทยาศาสตร์

20 เรื่องเหลือเชื่อทางวิทยาศาสตร์



1. เส้นเลือดในร่างกายมนุษย์มีความยาวรวม 62,000 ไมล์ ถ้านำมันมาเรียงต่อกันเป็นทางยาวจะได้ความยาว ถึง 2.5 เท่าของเส้นรอบวงโลก

2. The Great Barrier Reef (แนวปะการังที่ยาวทีสุดในโลกบริเวณออสเตรเลีย) เป็นโครงสร้างสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความยาวกว่า 2000 กิโลเมตร

3. โอกาสที่โลกจะถูกโจมตีด้วยอุกาบาตขนาดใหญ่ อยู่ที่ 9300 ปีต่อครั้ง

4. ดาวนิวตรอนขนาดเท่าหัวแม่มือมีน้ำหนักกว่า 100 ล้านตัน

5. พายุเฮอริเคนหนึ่งลูกผลิตพลังงานเท่ากับระเบิดขนาด 1 เมกะตันจำนวน 8000 ลูก

6. คาดว่ามีพยาธิปากขอ ซึ่งดูดเลือดเป็นอาหารอยู่ในร่างกายมนุษย์โลกเรา 700 ล้านคน

7. Fred Rompelberg คือผู้ขี่จักรยานด้วยความเร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็ ว 166.94 ไมล์ต่อชั่วโมง

8. มนุษย์เราสามารถคิดค้นแสงเลเซอร์ที่มีความสว่างกว่าแ สงอาทิตย์ 1 ล้านเท่า

9. 65% ของผู้ป่วยออทิสติคส์ เป็นคนถนัดซ้าย

10. Finnish pine tree (ต้นสนชนิดหนึ่งในฟินแลนด์) มีความยาวของรากแต่ละต้นรวมแล้วกว่า 30 ไมล

11. จำนวนเกลือที่อยู่ในน้ำทะเลทั่วโลกเรา สามารถปกคลุมพื้นผิวทวีปทั่วโลกได้หนากว่า 500 ฟุต

12. กลุ่มแก๊สระหว่างหมู่ดาวในราศีธนู มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์นับหมื่นล้านล้านลิตร

13. หมีขั้วโลกสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 25 ไมล์ต่อชัวโมง และกระโดดได้สูงกว่า 6 ฟุต

14. มนุษย์และปลาโลมาสืบสายพันธ์เดียวกันมาตั้งแต่ 60 - 65 ล้านปีก่อน

15. กล้อง infared จับภาพหมีขั้วโลกได้ยากมาก เนื่องจากคุณสมบัติของขนของมัน

16. เฉลี่ยแล้วในหนึ่งปี คนเราจะกินสัตว์จำพวกเห็บลิ้นไร โดยไม่ได้ตั้งใจไป 430 ตัวต่อคนต่อปี

17. รากของต้น Rye(ข้าวชนิดหนึ่งใช้หมักสุรา) สามารถแผ่ขยายไปได้ถึง 400 ไมล์

18. อุณหภูมิบนพื้นผิวของดาวพุธสูงกว่า 430 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน แต่ลดลงต่ำกว่า ติดลบ 180 องศาเซลเซียสในเวลากลางคืน

19. ภายใน 24 ชั่วโมง ต้นโอ๊กขนาดใหญ่ขับน้ำ(ในรูปของไอน้ำ)ออกมา 10 - 25 แกลลอน

20. ผีเสื้อรับรู้รสด้วยขาหลังของมัน โดยประสาทการรับรู้ทำงานโดยการสัมผัส ทำให้มันรู้ว่าใบไม้และดอกไม้ที่มันสัมผัส มีรสชาติอย่างไรและกินได้หรือไม่